สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ

แสดง 12 จาก 21 รายการ

วัดเหนือ Wat Nuea
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
11/11/2567
วัดเหนือ Wat Nuea

วัดเหนือ Wat Nuea

อ่านต่อ →

105
วัดบูรพาพิราม
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
26/07/2565
วัดบูรพาพิราม

พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือ "หลวงพ่อใหญ่” พระพุทธรูปยืนปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทยและสูงที่สุดในโลกวัดบูรพาภิราม (พระอารามหลวง) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด "พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อใหญ่” เป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานพร บุด้วยกระเบื้องโมเสกสีเนื้อ แลเห็นเด่นชัด ศิลปะแบบพื้นบ้าน องค์พระรวมฐานแล้วมีความสูงทั้งสิ้น ๖๗.๕๕ เมตร เป็นพระพุทธรูปยืนองค์สูงที่สุดในประเทศไทยและสูงที่สุดในโลก นำพาการก่อสร้างโดยพระราชปรีชาญาณมุนี (พุทธา สิริวุฑฺโฒ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบูรพาภิรามรูปที่ ๕ และอดีตเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด (มหานิกาย)พระนักพัฒนา พระผู้ศรัทธาการก่อสร้างศาสนสถานและปูชนียสถานต่างๆโดยประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง ๘ ปี สิ้นงบประมาณค่าก่อสร้างองค์พระเป็นจำนวนประมาณ ๗,๐๒๓,๕๗๙.๗๕ บาท "พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี” หรือ "หลวงพ่อใหญ่” เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เสร็จสิ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ติดกระเบื้องโมเสกสีเนื้อ ด้านหลังซึ่งเป็นฐานพิงขององค์พระนั้น มี พระเจดีย์ ขนาดความสูง ๙ เมตร ซึ่งภายในประดิษฐาน พระบรมสาริกธาตุ ที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย โดยฐานพระพุทธรูปยืนองค์นี้เป็น ห้องพิพิธภัณฑ์ จำนวนหลายห้อง ความสูงขององค์พระวัดจากพระบาทถึงยอดเกศสูงถึง ๕๙.๒๐ เมตร โดยมีความสูงทั้งหมดรวมฐานขององค์พระ สูงทั้งสิ้น ๖๗.๕๕ เมตร นอกจากนี้ "พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี” หรือ "หลวงพ่อใหญ่” ยังเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด และปรากฏอยู่เป็นหนึ่งในคำขวัญของเมืองร้อยเอ็ดด้วย ในวรรคที่ว่า "เรืองนามพระสูงใหญ่” ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ พระราชธรรมโสภณ (จำปี จนฺทธมฺโม) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสิริวุฒิเมธี อดีตเจ้าอาวาสวัดบูรพาภิรามรูปที่ ๖ และอดีตเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด (มหานิกาย) ได้ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนีหรือหลวงพ่อใหญ่ โดยกะเทาะกระเบื้องโมเสกที่ชำรุดลง ฉาบปูนใหม่ทั้งองค์ และทาองค์พระด้วยสีทอง พร้อมทั้งบูรณะกำแพงแก้วรอบองค์พระ สิ้นงบประมาณค่าใช้จ่ายรวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน ๒,๗๕๐,๐๐๐ บาท พุทธลักษณะของพระพุทธรูปยืนปางประทานพรองค์นี้ ค่อนข้างสูงชะลูด มองดูไม่ได้สัดส่วนสมจริง สันนิษฐานว่าออกแบบก่อสร้างโดยช่างท้องถิ่น สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาต่อพระพุทธศาสนามากกว่าจะเน้นความสวยงามขององค์พระ เป็นความวิริยะอุตสาหะอย่างสูงของ พระราชปรีชาญาณมุนี (พุทธา สิริวุฑฺโฒ) ที่เป็นผู้ริเริ่มการก่อสร้างพระยืนสูงที่สุดองค์นี้ให้เป็นศรีสง่าแก่เมืองร้อยเอ็ดสืบต่อไป "วัดบูรพาภิราม” ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เลขที่ ๕๕๙ ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด เดิมเป็นวัดเก่าแก่ ติดคูเมืองเก่าด้านตะวันออกของจังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. ๒๓๔๐ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๑ วัดบูรพาภิรามได้ก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ เขตวิสุงคามสีมา มีความกว้าง ๔๐ เมตร ความยาว ๘๐ เมตร ได้รับการยกฐานะจากวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑ วัดมีเนื้อที่ทั้งหมด ๒๙ ไร่ ๓ งาน ๙๗ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๑๗๗๙ ปัจจุบันพุทธศาสนิกชนทั้งชาวร้อยเอ็ดและในจังหวัดใกล้เคียงจะเดินทางมาทำบุญ กราบไหว้ ขอพร และบนบาน ในแต่ละวันไม่ขาดสาย เนื่องจากแทบทุกคนล้วนประสบความสำเร็จสมหวังด้วยกันแทบทั้งสิ้น ทั้งนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวชมวันละกว่า ๑,๐๐๐ คน วัดบูรพาภิราม เดิมชื่อ วัดหัวรอ เพราะเป็นสถานที่สำหรับรวมแขกคนในสมัยนั้น ประชาชนส่วนใหญ่นิยมติดต่อค้าขายกับต่างเมือง พาหนะในการเดินทางยังไม่มี นิยมเดินกันเป็นส่วนใหญ่ เรียกว่าค่ำไหนนอนนั่น วัดหัวรอ จึงเป็นจุดแรกที่พ่อค้าวาณิชจะนัดพบกันและพักแรมในคืนแรกของการเดินทาง ก่อนที่จะออกเดินทางไปค้าขายยังต่างเมือง ดังนั้น วัดแห่งนี้จึงถูกเรียกกันติดปากของคนสมัยนั้นว่า วัดหัวรอ ซึ่งหมายถึงการรอคอยก่อนที่จะออกเดินทางต่อไป ในสมัย พระอธิการหล้า อินฺทวํโส (เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดบูรพาภิราม) ท่านได้ขยายเนื้อที่วัดเพิ่มจากที่แห่งเดิม เพื่อให้อาณาบริเวณกว้างขวางยิ่งขึ้น รวมทั้ง ได้เปลี่ยนชื่อวัดใหม่ให้สมกับที่ตั้งว่า วัดบูรพา ด้วยเหตุที่ว่าวัดตั้งอยู่ในทางทิศตะวันออกของเมืองเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๖ ในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดใหม่อีกครั้ง โดยเพิ่มสร้อยต่อชื่อวัดเพื่อความเหมาะสมยิ่งขึ้นว่า "วัดบูรพาภิราม” และใช้ชื่อนี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันปัจจุบันมี พระสุขุมวาทเวที (สถาพร โชติธมฺโม) เป็นเจ้าอาวาส ด้านทิศตะวันออกของบริเวณวัดบูรพาภิรามที่อยู่ติดกับคูรอบเมืองสมัยเก่า เป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ ซึ่งชาวเมืองร้อยเอ็ดเคารพนับถือมาก พุทธศาสนิกชนท่านใดอยากได้ในสิ่งที่ปรารถนา เชิญมานมัสการและกราบขอพรจากพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อโต เพื่อความเป็นสิริมงคลให้สมดังปรารถนา

อ่านต่อ →

492
ถนน Street Art
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
26/07/2565
ถนน Street Art

สตรีทอาร์ตแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของร้อยเอ็ดแห่งนี้ อยู่ตรงบริเวณถนนคูเมืองทิศตะวันตก ด้านหน้าติดถนนสวนเฉลิมพระเกียรติภูมิพลมหารา ซึ่งบริเวณนี้นักท่องเที่ยวจะตื่นตาไปกับภาพความสวยงามของกำแพงกราฟิตี้สวย ๆ บนกำแพงระยะทางรวมประมาณ 200 เมตร ที่สะท้อนมุมมองความคิดความเป็นร้อยเอ็ดเข้าไปในผลงาน สร้างสรรค์โดยเหล่าศิลปินเกือบ 50 ชีวิต จากทั่วภูมิภาคของไทย ที่ได้มาช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเยี่ยมนี้ร่วมกัน นอกเหนือไปจากความสวยงามแล้ว กำแพงสตรีทอาร์ตแห่งนี้ยังกลายเป็นอีกหนึ่งจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่งหลายต่างพากันไป "แชะแล้วแชร์" เพื่อส่งภาพสวย ๆ ต่อไปยังโลกโซเชียลกันอย่างคึกคัก จนเกิดเป็นเทรนด์ท่องเที่ยวแนวใหม่ ทั้งยังเผยให้เห็นมุมมองการท่องเที่ยวของร้อยเอ็ดที่ต่างออกไปจากเดิม

อ่านต่อ →

477
กู่กาสิงห์
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
26/07/2565
กู่กาสิงห์

ตั้งอยู่ในวัดบูรพากู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นโบราณสถานสถาปัตยกรรมแบบเขมรอีกแห่งหนึ่ง มีขนาดค่อนข้างใหญ่และยังอยู่ในสภาพดี ปัจจุบันสำนักงานโบราณคดี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 8 อุบลราชธานี สังกัดกรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะกู่กาสิงห์ ให้สวยงามยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในภาคอีสานของไทย กู่กาสิงห์ ประกอบด้วย ปรางค์ 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกันในแนวเหนือ-ใต้ แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าอีก 2 องค์ที่ขนาบข้าง และมีมุขยื่นทางด้านหน้าเป็นห้องยาว ส่วนฐานขององค์ปรางค์ก่อด้วยศิลาทรายยังคงปรากฏลวดลายสลักเป็นชั้นเป็นแนว เช่น ลายกลีบบัวและลายกนก ได้ค้นพบศิวลึงค์ ซึ่งเป็นตัวแทนของเทพสูงสุด (พระอิศวร) และความอุดมสมบูรณ์ตามลัทธิความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย และมีวิหารหรืออาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรียกว่าบรรณาลัย อยู่ทางด้านหน้าทั้งสองข้าง ทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงซึ่งมีซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศ ถัดออกไปเป็นคูน้ำรูปเกือกม้าล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบทับหลังอีกหลายชิ้น ชิ้นหนึ่งสลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณในซุ้มเรือนแก้ว และยังพบซุ้มหน้าบันสลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณท่ามกลางลายก้านขดอีกด้วย ส่วนปรางค์อีก 2 องค์ที่ขนาบนั้น มีขนาดและลักษณะเดียวกัน ฐานก่อด้วยศิลาทราย ผนังก่ออิฐมีประตูเพียงด้านหน้า ภายในมีแท่นรูปเคารพวางอยู่จากลวดลายของศิลปกรรม ดังนั้น จากแบบแผนผังและโบราณวัตถุที่พบ แสดงให้เห็นว่า กู่กาสิงห์สร้างขึ้นในแบบศิลปะเขมรที่เรียกว่า "แบบบาปวน" ในราวช่วง พ.ศ. 1560-1630 เพื่อเป็นเทวสถานอุทิศถวายแด่พระอิศวร เทพเจ้าสูงสุดองค์หนึ่งในศาสนาพราหมณ์

อ่านต่อ →

385
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
26/07/2565
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล

ตั้งอยู่บริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดประมาณ 80 ก.ม มีลักษณะเป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิตรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสานเป็นการผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม ใช้งบประมาณก่อสร้างถึงปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านบาท ดำเนินการสร้างโดย “พระอาจารย์ศรี มหาวิโร” ซึ่งเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระมหาเจดีย์ชัยมงคลออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นสีขาวตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีทองเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศสร้าง ในเนื้อที่ 101 ไร่ กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร ความสูง 101 เมตร รวมยอดทองคำเป็น 109เมตร ใช้ทอง คำหนัก 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม ภายในองค์พระมหาเจดีย์เหมือน อยู่บนวิมานแดนสวรรค์ ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ โอ่อ่า ผนังจารึกนามทานาธิบดีต่าง ๆ ใช้เป็นห้องประชุม บำเพ็ญบุญ ชั้นที่ 2 เป็นห้องโถงโอ่อ่าเช่นกัน ผนังติดตั้งรูปพระพุทธประวัติ ลวดลายไทยวิจิตรพิสดาร ชั้นที่ 3 เป็นที่ประดิษฐานรูปพระณาจารย์ ปราชญ์ อีสานในอดีต เป็นรูปเหมือนสลักหินอ่อน และหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ ชั้นที่ 4 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงวัดวาอาราม สถานปฏิบัติสม ถะวิปัสสนา กรรมฐานที่หลวงปู่ศรี เคยบำเพ็ญธรรมมา ชั้นที่ 5 บันไดเวียน 119 ชั้น เป็นห้องโถงรูประฆัง 8 เหลี่ยมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

อ่านต่อ →

494
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
26/07/2565
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์

เป็นหน่วยงานราชการที่สังกัดกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ามาดูแลรักษาผืนป่าอนุรักษ์ผืนหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงมะอี่และบางส่วนของป่าสงวนแห่งชาติดงบังอี่ในท้องที่ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด, อ. กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์, และ อ.คำชะอี, อ.นิคมคำสร้อย,อ.หนองสูง, อ.เมือง จ มุกดาหาร เป็นผืนป่าที่มีความสำคัญด้านนิเวศวิทยามีความหลากหลายทางด้านธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเป็นป่าต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำหลากหลายที่หล่อเลี้ยงชีวิตราษฎรในจังหวัดร้อยเอ็ด,มุกดาหารและกาฬสินธุ์มาเป็นเวลาช้านานผืนป่าแห่งนี้เคยเป็นแหล่งหลบซ่อนและเป็นที่ตั้งฐานกำลังใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ ในระหว่างปี พ.ศ. 2516 - 2523 ต่อมารัฐบาลได้ใช้นโยบายการเมืองนำการทหาร หลังจากนั้นสถานการณ์ก็คลี่คลายลงในปี พ. ศ. 2529 กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ได้สั่งให้นายอดุลย์ ไกรลาศศิริ ตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ 7 เข้ามาดำเนินการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีความเหมาะสมที่จะดำเนินการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เพื่อจะได้มีกฎหมายรองรับที่เข้มแข็ง และมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิดกรมป่าไม้จึงได้นำเรื่องนี้เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และได้มีมติที่ประชุมครั้งที่ 3/2529 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2529 ได้กำหนดให้ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงมะอี่ (บางส่วน) เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ มีพื้นที่ประมาณ 151,242 ไร่ หรือประมาณ 242 ตารางกิโลเมตร และได้ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2531 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 105 ตอนที่ 112 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2531 ที่อยู่: ตำบลบึงงาม อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด 45210

อ่านต่อ →

385
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
26/07/2565
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจัดตั้งขึ้นตามโครงการการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมืองเป็นสถานที่จัดแสดงและรวบรวมเรื่องราวน่ารู้ทุกด้านของจังหวัดร้อยเอ็ดเดิมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดจัดตั้งขึ้นตามดำริของท่านศาสตราจารย์ ดร.ก่อ สวัสดิ์พาณิชย์ โดยมีความตั้งใจที่จะให้เป็นพิพิธภัณฑ์ฯ ศิลปหัตถกรรมอีสาน โดยเฉพาะผ้าไหม และ ผ้าพื้นเมือง ต่อมาเมื่อกรมศิลปกรได้ทำการปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหาในการจัดแสดงให้ครอบคลุมข้อมูลเรื่องราวของจังหวัดทุกด้านทั้งด้านภูมิศาสตร์ทรัพยากรธรณี โบราณคดี ประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ วิถีชีวิต ประเพณี และศิลปหัตถรรม ในการจัดแสดงได้มีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ คือ ระบบสารสนเทศ การทำหุ่นจำลองและฉากชีวิตต่าง ๆ เข้ามาประกอบการนำเสนอเรื่องราว ซึ่งถือได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินี้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในความดูแลของกรมศิลปากร ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ ถนนเพลินจิต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ : 043-514456 ต่อ 101 โทรสาร : 043-514-456 ต่อ 112 เว็บไซต์ : http://www.finearts.go.th/roietmuseum อีเมล : ืื[email protected] วันและเวลาทำการ วันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 09.00 - 16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชม ชาวไทย คนละ 20 บาท ชาวต่างประเทศ คนละ 100 บาท นักเรียน นักศึกษา นักบวช ผู้สูงอายุ และผู้ได้รับสิทธิยกเว้นตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เข้าชมฟรี

อ่านต่อ →

371
พระธาตุสีแก้ว
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
26/07/2565
พระธาตุสีแก้ว

พระธาตุสีแก้ว เป็นพระธาตุทรงบัวเหลี่ยม ฐานทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกัน ๒ ชั้น ชั้นที่ ๓ เป็นรูปทรงระฆังคว่ำ ชั้นที่ ๔ เป็นยอดพระธาตุ รูปปลีปลายแหลม ฐานกว้าง ๔ เมตร ยาว ๔ เมตร พื้นฐานถึงปลายยอดสูง ๒๐ เมตร มีลักษณะคล้ายพระธาตุพนม แต่มีขนาดเล็กกว่า มีอายุประมาณ ๒๐๐ ปี เชื่อว่าสร้างเลียนแบบพระธาตุพนมขนาดย่อส่วน ภายในบรรจุอัฐิธาตุของพระอรหันต์และวัตถุโบราณจำนวนหนึ่ง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้าน ต.สีแก้ว ซึ่งตามตำนานเคยเป็นหัวเมืองใหญ่หัวเมืองหนึ่งของเมืองสาเกต(เมืองร้อยเอ็ดในปัจจุบัน)

อ่านต่อ →

453
หอโหวด ๑๐๑
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
22/07/2565
หอโหวด ๑๐๑

หอโหวด ๑๐๑ หรือ หอชมเมืองรูปทรงโหวด เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๐ และแล้วเสร็จ ในวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๕ ซึ่งหอโหวดมีความสูง 101 เมตร ฐานล่างกว้าง ๓๐ เมตร ยอดโหวดกว้าง ๒๐ เมตร รวมพื้นัที่ทั้งหมด ๓,๖๒๑ ตารางเมตร เป็น สัญลักษณ์ของจังหวัดร้อยเอ็ด เทียบเท่า อาคารสูง ๓๕ ชั้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมความงดงาม ความมีเสนห์ของเมืองร้อยเอ็ด ได้รอบทิศ แบบ ๓๖๐ องศา ส่วนพื้นที่อาคารชั้นที่ ๓๕ เป็นพื้นที่ประดิษฐานพระพุทธมิ่งเมืองมงคล พระพุทธรูปประจำจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ตัั้ง 101 ถนนข้าวหอมมะลิ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 โทร 043-514-101 or 043-514-100 E-mail: [email protected]

อ่านต่อ →

218
12ถัดไป →
RSS Feed

rss.description

rss.openrss.addReader